
โครงการโกโก้

ที่มาและความสำคัญของโครงการ
ประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูกโกโก้จากสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ทำให้โกโก้เป็นพืชที่มีคุณภาพและสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูป อีกทั้งความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โกโก้ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งใน พืชเศรษฐกิจแห่งอนาคต (Future Crop) ของประเทศไทย
ภาคเหนือตอนบนเป็นพื้นที่สำคัญในการปลูกโกโก้ของประเทศ ด้วยศักยภาพด้านภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงเผชิญกับความท้าทายด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐานการผลิต และการพัฒนาตลาด
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จึงดำเนินการศึกษาศักยภาพและกำหนดแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโกโก้ภาคเหนือ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโกโก้ไทยอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์โครงการ
-
พัฒนาอุตสาหกรรมโกโก้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมโกโก้ภาคเหนือ
-
ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตและผลิตภัณฑ์โกโก้
-
ส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนของผู้ประกอบการ
-
สร้างอัตลักษณ์โกโก้ในแต่ละพื้นที่ (Single Origin) เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและสร้างมูลค่าทางการตลาด
-
พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ให้สามารถแข่งขันและขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน

เป้าหมายการพัฒนา
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมโกโก้ภาคเหนือให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและการขยายตลาด
-
พัฒนาเกษตรกรและผู้ผลิต ให้สามารถผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพสูง สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
-
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เครื่องจักร และนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุนและยกระดับการผลิต
-
ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม ให้กระบวนการผลิตและการแปรรูปเป็นที่ยอมรับในระดับอุตสาหกรรม
-
สร้างอัตลักษณ์โกโก้ท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
-
เชื่อมโยงสู่ตลาดและการท่องเที่ยว สนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถเชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป การตลาด และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างครบวงจร

แนวความคิดต่อการพัฒนา
ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมโกโก้ภาคเหนือแบบครบวงจร ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มและการขยายตลาด เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
-
ต้นน้ำ: ยกระดับคุณภาพการผลิต
พัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถผลิตเมล็ดโกโก้คุณภาพสูง ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการปลูก การดูแล และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว พร้อมสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้สารเคมี
-
กลางน้ำ: พัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
ยกระดับกระบวนการแปรรูปด้วยการนำเทคโนโลยี เครื่องจักร และนวัตกรรมมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน พัฒนามาตรฐานการผลิต และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
-
ปลายน้ำ: สร้างตลาดและความยั่งยืน
ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและศูนย์เรียนรู้ พัฒนาการผลิตแบบ Bean to Bar สร้างอัตลักษณ์โกโก้เฉพาะพื้นที่ พร้อมยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สถานการณ์โกโก้ประเทศไทย
-
ประเทศไทยมีสภาพภูมิอากาศและพื้นที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกโกโก้ เนื่องจากเป็นพืชเขตร้อนที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งยังเป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายประเภท
-
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา โกโก้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน "พืชเศรษฐกิจใหม่" ของประเทศไทย เกษตรกรเริ่มหันมาปลูกโกโก้เพื่อสร้างรายได้เสริมจากพืชหลัก ขณะที่ภาคเอกชนได้ส่งเสริมการปลูกในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกขยายตัวจากเดิมที่กระจุกตัวในภาคใต้และภาคตะวันออก ไปยังภูมิภาคอื่นของประเทศ รวมถึงภาคเหนือ
-
ความต้องการบริโภคโกโก้ทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาอุตสาหกรรมโกโก้ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยในปี 2565 ประเทศไทยส่งออกโกโก้และผลิตภัณฑ์จากโกโก้ไปยังตลาดโลกคิดเป็นมูลค่ากว่า 69.38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 64.32% จากปีก่อนหน้า มีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น อาเซียน และเกาหลีใต้ ขณะเดียวกันตลาดผลิตภัณฑ์โกโก้ของโลกยังมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 3% ในช่วงปี 2562–2569 ส่งผลให้ภาครัฐมีแนวคิดผลักดันโกโก้ให้เป็นหนึ่งใน พืชแห่งอนาคต (Future Crop) ของประเทศ
-
จากข้อมูลปี 2566 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกโกโก้รวม 15,703.03 ไร่ โดย ภาคเหนือมีพื้นที่ปลูกมากที่สุด คิดเป็น 34.86% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด รองลงมาคือภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของภาคเหนือในการเป็นแหล่งผลิตโกโก้ที่สำคัญของประเทศ

สถานการณ์โกโก้ในตลาดโลก
-
โกโก้เป็นวัตถุดิบทางการเกษตรที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน และเครื่องสำอางทั่วโลก โดยในปี 2563 โลกมีผลผลิตโกโก้ประมาณ 4.6 ล้านตัน แหล่งผลิตสำคัญกระจุกตัวอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ ไอวอรีโคสต์ (45%) รองลงมา กานา (17%), เอกวาดอร์ (7%), อินโดนีเซีย (5%), ไนจีเรีย (5%) ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนการผลิตประมาณ 0.02% ของผลผลิตโลก
-
ในด้านการค้าโลก โกโก้ยังคงเป็นวัตถุดิบที่มีความต้องการสูงจากผู้ผลิตช็อกโกแลตและอุตสาหกรรมแปรรูปทั่วโลก โดยประเทศผู้นำเข้าหลัก ได้แก่ เยอรมนี (10%), สหรัฐอเมริกา (10%), เนเธอร์แลนด์ (9%), ฝรั่งเศส (7%) และ สหราชอาณาจักร (5%) ส่วนประเทศไทยมีสัดส่วนการนำเข้าโกโก้ของโลกประมาณ 0.4%
-
ภูมิภาค ยุโรป เป็นตลาดที่มีความต้องการเมล็ดโกโก้มากที่สุดของโลก คิดเป็น 46% ของความต้องการทั้งหมด รองลงมาคือ อเมริกาเหนือ 25%, เอเชียและโอเชียเนีย 15% และ อเมริกาใต้ 9% โดยเมล็ดโกโก้ส่วนใหญ่ถูกนำไปแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมช็อกโกแลต อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง
-
แม้ประเทศไทยจะยังมีสัดส่วนการผลิตโกโก้ในตลาดโลกไม่มาก แต่ความต้องการบริโภคและการใช้โกโก้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับคุณภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของโกโก้ไทยในตลาดสากล
สถานการณ์การส่งออกและนำเข้าโกโก้ของประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศไทยยังมีผลผลิตโกโก้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น การผลิตช็อกโกแลต โกโก้ผง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และเครื่องสำอาง ส่งผลให้ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันตลาดโกโก้ในประเทศยังมีแนวโน้มเติบโต เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ผลิตในระบบเกษตรพันธสัญญา โดยบริษัทแปรรูปให้การสนับสนุนด้านต้นพันธุ์และรับซื้อผลผลิตในราคาที่อ้างอิงตลาดโลก ส่วนเกษตรกรที่ไม่ได้อยู่ในระบบพันธสัญญาสามารถจำหน่ายผลสดหรือเมล็ดโกโก้แห้งเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตได้

การส่งออกโกโก้
ในช่วงปี 2559–2563 ประเทศไทยส่งออกโกโก้และของปรุงแต่งจากโกโก้อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2563 มีปริมาณการส่งออก 22,876 ตัน หลังจากปี 2559 มีปริมาณ 23,061 ตัน ตลาดส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น รองลงมาคือ จีน และ เมียนมา

การนำเข้าโกโก้
แม้ประเทศไทยจะมีการผลิตโกโก้ภายในประเทศ แต่ยังจำเป็นต้องนำเข้าเมล็ดโกโก้และผลิตภัณฑ์จากโกโก้เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยในช่วงปี 2559–2563 ปริมาณการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 38,807.8 ตัน เป็น 42,473 ตัน ประเทศที่ไทยนำเข้าโกโก้มากที่สุดคือ มาเลเซีย รองลงมาคือ สิงคโปร์

ภาพรวมของโกโก้
ประเทศไทยยังคงเป็น ผู้นำเข้าโกโก้สุทธิ เนื่องจากผลผลิตภายในประเทศยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้โกโก้ที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการผลิต พัฒนาคุณภาพวัตถุดิบ และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โกโก้ของไทย เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันและลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบในอนาคต
บริการที่เกี่ยวข้อง

บริการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ
จัดกิจกรรมอบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ และให้คำปรึกษาด้านการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ การประยุก ต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ AI ซอฟต์แวร์ และการยกระดับมาตรฐานสินค้าอย่างต่อเนื่อง

บริการเครื่องจักร เทคโนโลยี และนวัตกรรม
สนับสนุนการใช้เครื่องจักรและเทคโนโลยีสำหรับการแปรรูป การอบแห้ง การสกัด การผลิต และการบรรจุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต

บริการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต้นแบบ
เปิดให้ผู้ประกอบการทดลองผลิตสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ และต่อยอดธุรกิจก่อนการลงทุนจริง ผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (DIPROM ITC) พร้อมเครื่องจักรอุตสาหกรรมและผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ

บริการยกระดับมาตรฐานและขยายตลาด
สนับสนุนการยกระดับมาตรฐานสินค้า เช่น มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (Eco Label) และกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

บริการให้คำปรึกษาและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ
ให้บริการข้อมูลธุรกิจอุตสาหกรรม สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ และเชื่อมโยงความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
